พืชเศรษฐกิจ

พืชเศรษฐกิจของตำบลเมืองลี

มะแข่น
มะแข่น ภาษากลางเรียก ลูกกำจัด ถือได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจอันดับต้น ๆ ของตำบลเมืองลี ทางองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองลีจะมีการจัดงาน “งานเทศกาลของดีตำบลเมืองลี” ขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยจะจัดในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน มีการร่วมชิมอาหารพื้นเมืองที่มีมะแข่นเป็นส่วนประกอบลักษณะทางพฤกษศาสตร์ มะแข่นเป็นไม้ขนาดกลาง  สูงประมาณ 5-10 เมตร มีหนามอยู่รอบลำต้นและ กิ่ง ต้นอ่อนจะมีสีแดงแกมเขียว ลักษณะของใบเป็นใบประกอบ ช่อดอกเป็นช่อแบบกลุ่มย่อย มีดอกตัวผู้ และดอกตัวเมียอยู่คนละต้น เปลือกของผลสีเขียวเมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็น  สีน้ำตาลเข้ม ผลแก่จัดจะแตกออก เมล็ดกลมเรียบ เมื่อแก่ จัดจะมีสีดำเข้มเป็นมัน มีกลิ่นหอมฉุนคล้ายผักชี มีรสเผ็ดเล็กน้อย


ผักกูด
ผักกูดในตำบลเมืองลีจะพบมากในพื้นที่บ้านวังน้ำเย็น หมู่ที่ ๕  มักจะขึ้นอยู่ตามริมน้ำหรือพื้นที่ชุ่มน้ำมากกว่าในป่าทึบ  ผักกูดเป็นผักที่บอกสภาวะแวดล้อมให้ทราบว่า บริเวณไหนอากาศไม่ดี ดินไม่บริสุทธิ์ มีสารเคมีเจือปนอยู่ ผักกูดจะไม่เจริญหรือแตกต้นในบริเวณนั้น เราสามารถใช้ผักกูดเป็นดัชนีวัดความสมบูรณ์ของสภาพแวดล้อมได้ เนื่องจากบริเวณที่มีผักกูดขึ้นจะเป็นพื้นที่ๆมีอากาศบริสุทธิ์ ดินดีไม่มีสารเคมีเจือปน สรรพคุณของผักกูด ใบใช้ต้มน้ำดื่มหรือกินสด ช่วยแก้ไข้ตัวร้อน, แก้พิษอักเสบ, บำรุงสายตา, บำรุงโลหิต, แก้โลหิตจาง ป้องกันเลือดออกตามไรฟันและขับปัสสาวะเด็ดขาดมาก ลดความดันโลหิตสูง ลดคอเลสเตอรอลในเม็ดเลือด มีสารบีตา-แคโรทีนและธาตุเหล็กสูง ส่วนใหญ่จะนำใบอ่อน ช่ออ่อน ทำแกงกับปลาเนื้ออ่อนน้ำจืด เช่นปลาช่อนหรือลวกจิ้มน้ำพริกชนิดต่างๆ ยำผักกูด, ผักกูดผัดน้ำมันหอย, แต่ไม่นิยมกินสด ๆ กันเพราะจะมียางเป็นเมือกอยู่ที่ก้าน เนื่องจากผักกูดมีสารออกซาเลตในปริมาณที่สูง อาจทำให้ไตอักเสบ และทำให้เป็นนิ่วได้ จึงควรนำไปต้มหรือปรุงให้สุกก่อนการนำมารับประทาน


มะต๋าว
ต๋าว คำพื้นเมืองทางภาคเหนือจะเรียกกันว่า มะต๋าว ส่วนทางภาคกลางจะเรียกว่า “ลูกชิด” ตำบลเมืองลีจะพบมากในพื้นที่บ้านวังน้ำเย็น หมู่ที่ ๕ บริเวณผืนป่าที่มีความชุ่มชื้นและความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ต๋าวจะมีลักษณะลำต้นตรง ขนาดโตกว่าต้นตาล สามารถใช้ประโยชน์จากทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นใบที่มีลักษณะเช่นเดียวกับมะพร้าว แต่โตและแข็งแรงกว่า นิยมนำมาใช้มุงหลังคากั้นฝาบ้าน ก้านใบนำมาเหลารวมทำไม้กวาด เส้นใยที่ลำต้นใช้ทำแปรง ยอดอ่อนที่ขั้วหัวใช้กินแบบผักสด หรือดองเปรี้ยวเก็บไว้    แกงส้ม แกงกะทิ ส่วนผลนำเนื้อในเมล็ดมารับประทานสดหรือนำไปเชื่อมน้ำตาล ผิวของเปลือกเมล็ดมีพิษอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองที่ผิวหนังได้ หากใช้กรรมวิธีที่ไม่ถูกต้องในการแกะ ก่อนการนำมารับประทานควรนำไปต้มก่อนแล้วค่อยผ่าเพื่อแคะเอาเนื้อออกมา  ขนตามผิวของผลตาวรวมไปถึงน้ำเลี้ยงจากเปลือกผล ทำให้เกิดอาการคัน   ตามผิวหนังอย่างรุนแรงได้


เมี่ยง
เมี่ยงในพื้นที่ตำบลเมืองลีพบมากในพื้นที่บ้านน้ำอูน หมู่ที่ ๑ใบเมี่ยง หรือ ละแพะเป็นอาหารพม่าและอาหารไทยภาคเหนือชนิดหนึ่งทำจากใบชา โดยนำใบชาไปนึ่ง นำมาม้วนและบรรจุลงตะกร้าไม้ไผ่ ปล่อยให้เกิดการหมัก จะได้ใบชาหมักหรือละแพะ ที่ทางภาคเหนือของไทยเรียกใบเมี่ยงเมี่ยงที่ได้จากการดองนี้เรียกว่าเมี่ยงส้ม นิยมนำไปกินกับเกลือเม็ด ขิง มะขามเปียก กระเทียมดอง หรือกินกับไส้หวานที่ทำจากมะพร้าวคั่ว น้ำตาลทราย เกลือ ถั่วลิสงคั่ว นอกจากนี้ ยังมีเมี่ยงรสฝาด เรียกเมี่ยงฝาด และเมี่ยงที่มี   รสเปรี้ยวและฝาด เรียกเมี่ยงส้มฝาด ทางภาคเหนือของไทย เช่น ที่จังหวัดลำปางจะทำยำใบเมี่ยงทั้งจากใบเมี่ยงสดและใบเมี่ยงหมัก และนำไปผสมในไส้อั่วด้วย


เงาะ
เงาะ เป็นไม้ผลที่เริ่มปลูกมาแล้วประมาณ 10 ปี ในเขตตำบลเมืองลีจะมีการปลูกเงาะพันธุ์โรงเรียนทุกหมู่บ้าน เพราะปลูกง่าย ผลดก เมื่อสุกปลายขนจะมีสีเขียว ไม่สวยเหมือนพันธุ์สีชมพู เปลือกบาง เนื้อหนา ล่อนสนิท กรอบ  รสหวานแหลม เก็บไว้ได้นาน นิยมปลูกกันมาก ส่วนใหญ่ปลูกตามข้างลำห้วยและบริเวณที่อยู่อาศัย  ช่วงเวลาออกผลผลิต ปลายสิงหาคม – ต้นกันยายน ราคาเฉลี่ย ก.ก. ละ 25 – 30 บาท (หน้าสวน) โดยจะมีพ่อค้าจากจังหวัดแพร่มารับซื้อถึงสวน เงาะ เป็นผลไม้รสหวานและอมเปรี้ยวรับประทานเงาะสดสามารถแก้อาการท้องร่วงชนิดรุนแรง ได้ผลดี นอกจากนี้ผลเงาะนำมาต้ม นำน้ำที่ได้มาเป็นยาแก้อักเสบ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย รักษาอาการอักเสบในช่องปาก และโรคบิดท้องร่วง มีข้อควรระวัง คือเม็ดในของเงาะมีพิษแม้ว่าจะเอาไปคั่วจนสุกแล้ว แต่ถ้ารับประทานมากเกินไปจะมีอาการปวดท้อง เวียนศีรษะ มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ดังนั้นไม่ควรจะรับประทานเม็ด